Heart Failure Management | Keep It Pumping

การจัดการภาวะหัวใจล้มเหลว

นอกเหนือไปจากยา แพทย์อาจแนะนำการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิต อ่านเคล็ดลับด้านล่าง เพื่อช่วยให้คุณจัดการกับภาวะหัวใจล้มเหลว

 

ลดปริมาณของเหลว

เมื่อคุณมีภาวะหัวใจล้มเหลว ร่างกายของคุณจะสะสมของเหลวไว้เกินกว่าจะขับออกไปได้ ซึ่งเรียกว่าอาการ “บวมน้ำ” แพทย์ของคุณอาจแนะนำให้คุณดื่มน้ำน้อยลงเพื่อช่วยลดอาการนี้

คุณควรบริโภคน้ำหรือของเหลวไม่มากไปกว่า 2 ลิตร (น้อยกว่า 8 แก้ว) ต่อวัน ของเหลวในที่นี้รวมถึงเครื่องดื่มทั้งหมด, น้ำแข็ง, อาหารที่มีน้ำ เช่น ผลไม้และไอศครีม

บางคนอาจต้องกินยาขับปัสสาวะ (water pill) ส่งผลให้คุณอาจรู้สึกกระหายน้ำมาก

เพื่อเป็นการเฝ้าระวังอาการดังกล่าว คุณควรพยายามชั่งน้ำหนักตัวทุกวันเพื่อติดตามการบวมน้ำหรือการคั่งของเหลวในร่างกาย โดยใช้เครื่องชั่งตัวเดิมทุกครั้ง และพยายามสวมใส่เสื้อผ้าในลักษณะเดียวกันทุกครั้งที่ชั่งนำหนัก

 

อันตรายของเกลือ

การกินเกลือให้น้อยมีความสำคัญมากเมื่อคุณมีภาวะหัวใจล้มเหลว เกลือ (โซเดียม) เป็นสาเหตุให้ร่างกายสะสมน้ำเมื่อร่างกายของท่านสะสมของเหลวมากขึ้น หัวใจของคุณก็จะบีบตัวได้ยากขึ้น เนื่องจากมีปริมาณน้ำสะสมในร่างกายมากขึ้น

นี่เป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมไม่ควรเติมเกลือ น้ำปลา หรือซีอิ๊วลงในอาหาร

3 เคล็ดลับวิธีในการจำกัดปริมาณเกลือที่รับประทาน

  • ลองทดลองเกลือด้วยสมุนไพร เครื่องเทศ กระเทียม หรือน้ำมะนาวเพื่อช่วยให้รสชาติอาหารดีขึ้น
  • อย่าวางเกลือไว้ที่โต๊ะอาหาร
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยเกลือปริมาณมาก โดยอ่านฉลากอาหารก่อนเสมอ หรือถ้าหากคุณกินอาหารนอกบ้าน อาจจะขอสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับอาหารก่อนสั่งหรือก่อนรับประทาน หากคุณกินอาหาร 3 มื้อต่อวัน พยายามกำหนดปริมาณเกลือไม่ให้เกิน 500-1,000 มก. ในแต่ละมื้อ

ตัวอย่างอาหารที่มีเกลือมาก :

  • ขนมปัง
  • ซุป
  • ชีส
  • เนื้อหมัก
  • อาหารสำเร็จรูป
  • อาหารกระป๋อง เช่น ถั่วกระป๋อง
  • ถั่วใส่เกลือ
  • น้ำสลัด

 

อาหารสุขภาพคือกุญแจสำคัญ

ในเรื่องของการรับประทานอาหารก็ต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น รับประทานอาหารให้หลากหลายที่ดีต่อสุขภาพและโภชนาการที่สมดุล คุณสามารถเลือกอาหารสุขภาพได้จากซูเปอร์มาเก็ต และคุณยังสามารถรับประทานอาหารมื้อค่ำนอกบ้านได้ตามปกติ เพียงแค่เริ่มต้นใส่ใจในการพิจารณาเลือกอาหาร

ปรึกษาแพทย์ถึงแนวทางการปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตแบบสุขภาพดี คุณอาจพบว่าการรับประทานมื้อละน้อยแต่บ่อยขึ้นสามารถช่วยคุณได้ เพราะการย่อยอาหารทีละน้อยจะช่วยให้ร่างกายและหัวใจไม่ทำงานหนักเกินไป

 

งดสูบบุหรี่และจำกัดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

ถ้าคุณได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหัวใจล้มเหลว การงดสูบบุหรี่ถือเป็นเรื่องสำคัญ

ผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในปริมาณมากจะเพิ่มระดับความดันโลหิตและเป็นสาเหตุของปัญหาอื่นๆ ที่จะตามมาอีกมาก

 

ออกกำลังกายให้มากขึ้น

การออกกำลังกายเป็นประโยชน์ต่อกล้ามเนื้อทุกส่วน รวมทั้งกล้ามเนื้อหัวใจ เพียงเดินระยะสั้นๆ ก็ช่วยได้ แต่ถ้าคุณเดินไม่ไหวก็ยังมีวิธีอื่นที่ช่วยให้คุณกระฉับกระเฉง ก่อนที่จะเริ่มต้นออกกำลังกายเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อความปลอดภัย

เริ่มต้นอย่างช้าๆ การออกกำลังเพียงเล็กน้อยอาจจะช่วยให้ท่านรู้สึกดีขึ้น การออกกำลังกายช่วยสร้างความเข็งแรงให้กับหัวใจและทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี อีกทั้งการออกกำลังกายยังช่วยควบคุมน้ำหนักและความดันโลหิตด้วย

เมื่อคุณออกกำลังกายสม่ำเสมอ สมองจะส่งสัญญาณให้ร่างกายปล่อยสารเคมีที่ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น การออกกำลังกายจึงช่วยให้คุณเป็นคนคิดบวกและพร้อมที่จะไปสู่เป้าหมายใหม่ๆ!

 

การสงวนพลังงานของคุณ

สิ่งสำคัญคือต้องฟังร่างกายของคุณเอง ผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวจะมีพลังงานจำกัด เหมือนกับแบตเตอรี่ เป็นการดีที่จะคิดถึงปริมาณพลังงานที่คุณมีและวางแผนการใช้พลังงานของคุณไปตลอดทั้งวัน ด้วยการจัดลำดับกิจกรรมว่ากิจกรรมใดสำคัญที่สุดสำหรับคุณ

 

ประโยชน์ของการมีระบบการให้ความช่วยเหลือที่ดี

หากคุณมีทีมที่ช่วยดูแลภาวะหัวใจล้มเหลว ทีมจะสามารถแบ่งเบาภาระในการตัดสินใจและวางแผนดูแลสุขภาพของคุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณบริหารจัดการชีวิตได้ดีขึ้น

ทีมของคุณนี้ ควรประกอบไปด้วยแพทย์, ผู้ดูแลหลักของคุณ, เพื่อน และครอบครัว และอาจเป็นบุคคลทั่วไปในชีวิตประจำวันของคุณ

หากคุณได้พบกับคนที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวคนอื่นๆ การแลกเปลี่ยนเรื่องราวระหว่างกันถือเป็นส่วนสำคัญในการจัดการชีวิตของคุณ เปิดใจและซื่อสัตย์กับความรู้สึกของคุณ เพราะมันคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สมาชิกในทีมของคุณเข้าใจความรู้สึกและสิ่งที่คุณกำลังเผชิญ ซึ่งพวกเขาจะสามารถให้ความช่วยเหลือคุณได้ดีขึ้น